Electric stacker ควรรู้ 6 เรื่องก่อนการใช้งาน เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบ!?

Electric stacker

          Electric stacker หรือ รถลากไฟฟ้า เนื่องด้วยการทำงานหลักๆ จะเป็นระบบไฟฟ้า เพราะฉะนั้น การดูแลทั้งก่อนและหลังใช้งานเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าสินค้ามีปัญหาทางร้านจะรีบช่วยประเมินวิเคราะห์อาการเสียได้ทันที เราเลย มี 6 ข้อหลักๆ ในการช่วยเตรียมความพร้อมก่อนการใช้งานให้ค่ะ

6 ข้อหลัก เพื่อเตรียมความพร้อมการใช้งาน Electric stacker

          เริ่มต้นที่ระบบกึ่งไฟฟ้า ยกตัวอย่างมา 2 รุ่น Stacker ไฟฟ้า ระบบกึ่งไฟฟ้า การทำงานคนละครึ่ง ระหว่างคน กับ ไฟฟ้า เคลื่อนย้ายใช้แรงคนเข็น ยกขึ้น-ลงด้วยระบบไฟฟ้า สถานที่พื้นที่ภายในโรงงานอุตสาหกรรมคลังสินค้า โกดังจัดเก็บสินค้า ว่ามีขนาดเล็ก หรือ ขนาดใหญ่ มีเนินทางลาด พื้นที่ต่างระบบไหม ก็ต้องค่อยสังเกตุ หรือ ส่งรูปมาให้ช่วยประเมินได้เลยค่ะ

ข้อที่ 1 สังเกต Body ของ Electric stacker

สังเกตตัวรถ

          สังเกตตัวโครงสร้าง Body ของตัวรถ ว่าพร้อมใช้งานหรือไม่ ตัวงา มีคดเบียว ไม่บุบ ไม่หักงอ โซ่ไม่ขาด กระบอกดรอลิกไม่มีน้ำมันรั่วซึมออกมา รวมไปถึงลูกปืน สามารถดูด้วยสายตาได้เลย ว่าทั้งหมดอยู่ในสภาพดี

ข้อที่ 2 เช็คตัวเปิด-ปิดสวิตช์ ของ Electric stacker

เช็คตัวเปิด-ปิดสวิตช์

          สังเกตตัวเปิด-ปิดสวิตช์ ก่อนการใช้งาน ให้ตรวจเช็คดูสถานะแบตเตอรี่ที่หน้าปัด ถ้าแบตเตอรี่ลดลงมาเหลือ 1-2 ขีด ควรนำรถไปชาร์จแบตทันที ถ้าลดลงมาเหลือครึ่ง ก็ถือว่าใช้งานได้ปกติ

ข้อที่ 3 Test การยกขึ้น-ลง ของ Electric stacker

ทดลองยกขึ้นยกลง

          ทดสอบการยก ขึ้น-ลง 1 รอบ โดยไม่มีสินค้า ทุกอย่างจะได้เช็คไปพร้อมกันได้ว่าปกติหรือไม่ สวิตซ์ยกขึ้น-ลงใช้งานได้ เสียงอุปกรณ์อยู่ในสภาพปกติ ไม่มีเสียงแปลกๆไป เวลายกทดสอง ต้องยกขึ้นให้สูงสุดและลงให้สุด เพื่อเช็คกระบอกว่าไม่มีรั่วซึม

          ถ้าเกิดปัญหา ควรหยุดการใช้งาน และโทรกลับมาหาฝ่ายประสานงาน Service ของเราได้เลยค่ะ ถ้าการแก้ไขเบื้องต้นได้ไม่อยากมาก อาจจะเป็นการวีดีโอคอลกับทางช่าง เพื่อแก้ไขใด้ทันที่

ข้อที่ 4 Test เปิดฝาครอบตัวแบตเตอรี่ของ Electric stacker

เปิดฝาเช็คภายใน

          ควรเปิดฝาครอบตัวแบตเตอรี่ ว่าสายไฟมีรอยหนูกัดสายไฟหรือไม่ น้ำมันไฮดรอลิกในถังน้ำมันมีการรั่วซึมหรือไม่ ตัวแบตเตอรี่มีการบวมๆ หรือไม่ ถ้ามีปัญหาติดต่อฝ่าย Service ของเราได้เลยค่ะ ไม่ควรไปดันทุรังใช้งานตัวรถ ไม่งั้นอาจจะเกิดการเสียหายในระยะยาวได้

ข้อที่ 5 ตรวจเช็คอุปกรณ์ของ Electric stacker

เช็คอุปกรณ์

          ควรตรวจเช็คอุปกรณ์ของตัวรถ เช่น สายไฟ สายชาร์จ ว่าไม่มีการขาด หรือ หัวชาร์จปลั๊กไม่หัก ไม่งอและคดเบี้ยว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร

ข้อที่ 6 ตรวจเช็คล้อของ Electric stacker

เช็คล้อรถ

          ในส่วนล้อของตัวรถ ควรตรวจเช็คว่ามีการแตกหัก หรือ ลูกปืนล้อแน่น เวลาเคลื่อนย้ายมีการติดๆขัดๆหรือไม่ หรือ เคลื่อนแล้วแรงส่งในการเคลื่อนย้ายไม่พอ แนะนำให้ลอง Test เคลื่อนย้ายคนดูก่อนในเบื้องต้น

เมื่อใช้งาน Electric stacker เสร็จเรียบร้อย มีวิธีดูแลรักษายังไงมาดูกัน!

ข้อที่ 1 ก่อนการปิดเครื่อง ควรตรวจเช็คดูที่สถานะแบตเตอรี่
ให้ดูจากหน้าปัดที่แสดวงสถานะ ว่าแบตเตอรี่ลดเหลือ 2-3 ขีด หรือ 20% แนะนำให้เสียบชาร์จแบต

ข้อดีของ ตัวแบตเตอรี่ Electric stacker

ข้อดีของแบตเตอรี่

          เสียบชาร์จแบตด้วยไฟบ้านได้เลย (ไฟ 220v) เสียบชาร์จ 4-6 ชั่วโมง ถ้าเกิดลูกค้าจะเสียบชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืน ได้ไหม คำตอบคือ ไม่แนะนำดีกว่า แต่ถ้าเกิดการลืมจริง ก็ไม่ต้องกังวลไป ณ ตอนนี้ตัวกล่องชาร์จเจอร์ของเรา จะมีตัวตัดไฟให้อัตโนมัติเมื่อชาร์จไฟเต็มแล้ว (ระยะเวลาใช้งาน 4-6 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน)

ข้อที่ 2 ปิดกุญแจและปิดสวิตช์ Safety
เจ้าสวิตช์ Safety ของ Electric stacker จะเป็นตัวตัดระบบไฟ เมื่อปิดเสร็จเรียบร้อยแล้วจะดึงกุญแจออก หรือ เสียบคาไว้ที่รถ ก็สามารถทำได้หมดเลยค่ะ

ข้อที่ 3 ควรลดระดับงาลงให้อยู่ในระดับปกติ

ข้อที่ 4 ตัวรถ Electric stacker ไม่แนะนำให้แตกแดด ตากฝน
เนื่องจากตัวรถเป็นระบบไฟฟ้าทั้งคัน ถ้าเกิดไปโดนน้ำ โดนฝน โดนความชื้น จะทำให้เกิดปัญหาได้ ให้จัดเก็บตัวรถในที่ร่ม ในโกดัง จะสามารถยืดอายุในการใช้งานได้ยาวนานมากกว่า

ข้อที่ 5 เปิดฝาครอบ หรือ กระโปรงหลังของตัว Electric stacker
เพื่อดูว่ามีขี้หนูหรือไม่ หรือ มีหนูไปทำรังหรือเปล่า พอมันเข้าไปแล้ว จะไปกัดสายไฟ ทำลายระบบต่างๆ ซึ่งอาจจะเสียเวลา เพราะต้องมีการส่งซ่อม ตรวจเช็คระบบทั้งหมดอีกด้วย

ขั้นตอนการ PM ตรวจเช็ค รถยก Electric stacker

ขั้นตอนการตรวจเช็ค

1 : การตรวจเช็คสัญญาณแตร
2 : ตรวจเช็คระบบเบรก ระบบ Safety เช่น รุ่น Semi จะมีส่วนล้อ ที่มีปลดล็อกล้อและกำลังล็อคล้อ แล้วรถไม่ไหล
3 : ทำการตรวจสอบระบบ เดินหน้า-ถอยหลัง และตรวจสอบการบังคังเลี้ยว
4 : ตรวจสอบโครงเสา แกนกระบอกไฮดรอลิก ไม่มีรอยรั่ว หรือ ตำหนิ บุบ หรือ คดง้อ
5 : ตรวจสอบการยกขึ้น-ลง ร่างเสา และ ตัวโซ่ ปกติไหม โซ่ตรึงหรือเปล่า
6 : ตรวจสอบล้อและลูกปืน อยู่ในสภาพปกติ ส่วนใหญ่ถ้าเกิดใช้งานไปนานๆแล้ว แนะนำให้หาซื้อน้ำมันจักร น้ำมันเครื่อง เพื่อหล่อลื่นตามน็อต
7 : ตรวจสอบระบบสายไฟ ขั้วสาย ระบบการชาร์จ เมื่อชาร์จไฟแล้ว ไฟเข้าหรือไม่ น้ำมันมีการไหลซึมออกหรือไม่ แล้วเมื่อตรวจสอบเสร็จแล้ว ทีมงานจะทำการอัดจาระบีให้ เพื่อพร้อมใช้งาน

ปัญหาที่พบเจอกับตัว Electric stacker บ่อยๆ มีไรบ้าง?!

อย่างชื่อตัวระบบของมันบงบอกอยู่แล้ว คือ Electric stacker ระบบหลักๆ ของตัวรถ ก็คือ ไฟฟ้า จากที่ลูกค้ามีการสอบถามเข้ามาเกี่ยวกับอาการต่างๆ รวมไปถึงตอนที่ทางเราเข้าไป PM ดูแลลูกค้า ปัญหาที่พบเจอบ่อย คือ เรื่องการชาร์จแบตเตอรี่และการดูแลที่ไม่ถูกวิธี

ปัญหาที่พบเจอเรื่องแรก

คือ เรื่องการชาร์จ การที่ปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงก่อน พอหมด แล้วค่อยไปชาร์จ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้การกระตุ้นแบตเตอรี่กลับมาให้ชาร์จได้ปกติ มันจะช้าและนานกว่าเดิมแน่นอน เพราะฉะนั้นการที่แบตเตอรี่ Electric stacker หรือ หน้าจอแสดงระดับแบตลดลงเหลือ 2 ขีด คนใช้งานต้องคอยสังเกตดู เพื่อนำรถไปชาร์จยังจุดชาร์จ เป็นการกักเก็บพลังงานให้มากที่สุด และพร้อมใช้งานในครั้งถัดไป

ปัญหาที่พบเจอเรื่องสอง

รองลงมาจากอันดับ 1 คือ เรื่องแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ของตัวรถ Electric stacker เป็นทั้งแบตน้ำที่เติมน้ำกลั่นและแบตแห้ง ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้ เป็นประเภท แบตเตอรี่ของรถยนต์ทั่วไป ซึ่งถ้าถามว่ามีอายุการใช้งานเท่าไหร่ อายุการใช้งานอยู่ที่ 1- 2 ปี ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของรถ วิธีการสังเกตว่าแบตมีความผิดปกติไหม คือ อาการของตัวแบต ว่าบวมหรือไม่ ถ้าเป็บแบตน้ำ 1 – 2 อาทิตย์ ควรเปิดดูระดับน้ำกลั่น ว่าปริมาณลดลงหรือไม่ ถ้าเป็บแบตแห้งก็สบายเลยไม่ต้องดูและรักษามันเยอะ

ปัญหาที่พบเจอเรื่องสุดท้าย

คือ ระบบสายไฟ ที่ต้องระวังเลยจะมักเกิดจากการจัดเก็บของตัว Electric stacker เพราะอาจจะมีหนู หรือ พวกแมลง เข้าไปกัดสายไฟได้ หรือ พวกข้อต่อสายไฟ มีอาการช็อตได้ ก็มักจะเกิดจากไปโดนน้ำ โดนฝนมา และหลังใช้งานไม่ได้ดูแล หรือ ตรวจเช็คเลย จริงๆแล้ว การดูแลง่ายดายสุดๆ หลังจากใช้งานที่โดนน้ำกระเด็น หรือ โดนฝนมา ให้รีบเปิดฝาครอบ นำผ้าเช็ด หรือ เป่าลมให้แห้งเพื่อลดความชื้น หรือ ไอน้ำที่เกาะสายไฟอยู่

สรุป

          ก่อนและหลังใช้งาน Electric stacker ทุกครั้ง ควรตรวจเช็ครอบๆ ตัวรถเสมอ เช่น มีน้ำมันรั่วหรือไม่ ดูตามสายไฟด้านนอกว่ามีรอยหนูกัดหรือไม่ เปิดฝาดูข้างในกล่องเครื่องยนต์ว่ามีนก หรือ หนูเข้าไปทำรังไหมเเละควรเช็คสถานะเเบตเตอรี่ ว่าอยูในสถานะพร้อมใช่งานไหม เเบตเหลือกี่% กี่ขีด เพื่อการใช้งานที่สะดวกเเละปลอดภัย และยังยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

นโยบายการเก็บข้อมูล

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ คุณสามารถเลือกตั้งค่าความยินยอมการใช้คุกกี้ได้