แม้ว่ารถโฟคลิฟท์จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อขนย้ายสิ่งของภาพในสถานที่แคบ ๆ ไม่ได้ใช้เพื่อขับขี่บนท้องถนน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าใน 1 ปีมีผู้ที่ต้องเสียชีวิตจากการใช้งานรถโฟคลิฟท์สูงกว่า 80 ราย รวมไปถึงผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะมีสถิติที่เพิ่มสูงขึ้นในทุก ๆ ปี
ถึงแม้รถโฟคลิฟท์จะไม่ได้ใช้ความเร็วระหว่างการขับขี่ ไม่เสี่ยงต่อการเฉี่ยวชนกับรถคันอื่น แต่เพราะเหตุใดถึงยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่เสมอ ปัญหาเหล่านั้นเกิดจากสิ่งที่เรียกว่า “ความประมาท” และ “การขาดความรู้”
ดังนั้นในบทความนี้ เราจะมีแนะนำวิธีการใช้งาน รถโฟล์คลิฟท์ ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย โดยแนะนำตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกใช้ประเภทรถให้เหมาะกับหน้างาน
ใช้โฟคลิฟท์ ให้ปลอดภัย จะต้องทำตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัดมากที่สุด
การใช้งานรถโฟคลิฟท์ในไทย ก็มีกฎหมายควบคุมการขับขี่เช่นเดียวกับการขับขี่ยานพาหนะรูปแบบอื่น ๆ โดยมีข้อบังคับระบุอยู่ใน
“กฎกระทรวง การกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม เกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ.2552”
มีข้อกำหนดให้ทั้งนายจ้างและผู้ใช้งานรถโฟคลิฟท์ ที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดมากกว่า 50 ข้อ ซึ่งข้อกำหนดเหล่านี้ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด เพราะทุกอย่างถูกกำหนดเอาไว้เพื่อป้องกันการใช้งานด้วยความประมาทและจะต้องฝึกอบรมผู้ใช้งานให้มีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ก่อนทำงานร่วมกับรถโฟคลิฟท์ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิต และทรัพย์สินของผู้ใช้งาน
สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ของการใช้งานรถโฟคลิฟท์ พร้อมข้อควรระวัง
นอกจากกฎหมายข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้งานรถโฟคลิฟท์แล้ว สิ่งที่มักจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุมักเกิดจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ “สภาพแวดล้อมของการทำงาน” ถึงแม้คุณจะปฏิบัติตามกฎข้อบังคับทุกอย่าง แต่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน ก็จะส่งผลให้เกิดอันตรายเกิดขึ้นระหว่างการใช้งานรถโฟคลิฟท์ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเนื้อหาต่อจากนี้ เราจะมาแนะนำสภาพแวดล้อมการทำงานของรถโฟคลิฟท์ พร้อมข้อควรระวังในสภาพแวดล้อมนั้น ๆ
สภาพพื้นผิวของการทำงานรถโฟคลิฟท์
เริ่มต้นที่สิ่งแรกคือ “สภาพพื้นผิว”
การใช้รถโฟคลิฟท์ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินหรือวิ่ง หากคุณวิ่งบนพื้นที่เรียบ มีระดับที่ไม่ลาดเอียง โอกาสจะสะดุดล้มหรือลื่นไถลก็จะน้อย ก่อนจะใช้งานรถโฟคลิฟท์ทุกครั้ง ควรสำรวจพื้นผิวของการทำงานเสียก่อน หากทำได้ควรเคลียร์พื้นที่ให้เรียบเตียนมากที่สุด ไม่ควรมีก้อนหินหรือสิ่งของไม่จำเป็นวางอยู่ในเส้นทางการเดินรถ รวมไปถึงความลาดชันของพื้น และสภาพพื้นผิวที่จะต้องไม่ลื่นเกินไป ไม่เป็นหลุมเป็นบ่ออีกด้วย
สภาพอากาศขนาดการใช้งานรถโฟคลิฟท์
สภาพอากาศก็เป็นสิ่งที่จะต้องระวัง
เพราะรถโฟคลิฟท์แต่ละประเภทออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป การทำงานกลางสภาพอาการที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงานของรถโฟคลิฟท์ประเภทนั้น ๆ อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับตัวรถ รวมไปถึงเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ โดยสิ่งที่ควรระวังเกี่ยวกับสภาพอากาศกับการใช้งานรถโฟคลิฟท์ คือ
ข้อที่ 1 การใช้งานรถโฟคลิฟท์กลางแจ้ง ในสภาพอากาศสูงกว่า 40°C เกิน 1 ชั่วโมง
ข้อที่ 2 การใช้งานรถโฟคลิฟท์ไฟฟ้าท่ามกลางฝน
ข้อที่ 3 เมื่อมีสภาพอากาศที่มีลมพัดแรง ไม่ควรยกงายกสูง เนื่องจากอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้
สภาพอุณหภูมิระหว่างการใช้งานรถโฟคลิฟท์
คุณอาจคาดไม่ถึงว่าอุณหภูมิจะส่งผลต่อรถโฟคลิฟท์ ถึงแม้ว่าจะเป็นเครื่องจักรที่ไม่มีเนื้อหนัง แต่รถโฟคลิฟท์ก็หนาวได้ ร้อนเป็น เช่นเดียวกัน โดยปัญหาต่าง ๆ จะเกิดขึ้นกับชิ้นส่วนภายในรถโฟคลิฟท์
• เมื่อหนาวเกินไป มักจะก่อให้เกิดปัญหากับของเหลวต่าง ๆ ภายในเครื่อง เช่น น้ำมันไฮดรอลิค น้ำในแบตเตอรี่ เป็นต้น
• ส่วนการใช้งานรถโฟคลิฟท์ในสถานที่ที่ร้อนเกินไป ก็อาจทำให้น้ำภายในแบตเตอรี่ระเหย ซึ่งเป็นสารพิษอันตรายมากหากสูดดมเป็นเวลานาน ๆ และยังสามารถเกิดปฏิกิริยากับประกายไฟ จนเกิดเป็นระเบิดได้อีกด้วย ดังนั้นต้องระวังให้มาก ๆ ในส่วนนี้
ความสะอาดของสถานที่ใช้งานรถโฟคลิฟท์
ในส่วนนี้เป็นจุดที่สามารถรับมือได้ง่ายที่สุดจากทั้ง 3 ข้อที่เรากล่าวมาอย่างแน่นอน
ในพื้นที่ที่จะต้องใช้งานรถโฟคลิฟท์ ควรมีการจัดสรรพื้นที่ให้เป็นระเบียบ ไม่ควรมีขยะ หรือสิ่งที่ไม่ควรมีในสถานที่บริเวณนั้น ยิ่งเป็นโกดังที่มีสินค้าเป็นประเภทอาหารและยา ความสะอาดยิ่งเป็นสิ่งสำคัญ รวมไปถึงความสะอาดของรถโฟคลิฟท์ และผู้ขับขี่อีกด้วย มีข้อแนะนำว่า เมื่อมือเลอะอาจก่อให้เกิดปัญหามือลื่นระหว่างการควบคุมรถโฟคลิฟท์ได้ ดังนั้นต้องทำความสะอาดทุกส่วนให้พร้อมทำงานอยู่เสมอจะปลอดภัยมากที่สุด
แนะนำประเภทรถโฟคลิฟท์ ที่เหมาะกับหน้างานประเภทต่าง ๆ
หน้างานประเภทกลางแจ้ง ควรเลือกใช้รถโฟคลิฟท์ประเภทน้ำมัน หรือ ประเภท LPG
หน้างานในอาคาร แต่ยังสามารถระบายอากาศได้ดีพอสมควร ควรเลือกใช้รถโฟคลิฟท์ประเภทไฟฟ้า
หน้างานที่อยู่ในอาคารพื้นที่ปิด การระบายอากาศทำได้ไม่ดี ควรเลือกรถโฟคลิฟท์ไฟฟ้าแบตลิเธียม
หน้างานที่จะต้องทำงานในพื้นที่กลางแจ้ง มีสภาพอากาศร้อนจัด ควรเลือกใช้รถโฟคลิฟท์แบบน้ำมัน
สรุป
เราหวังว่าบทความนี้ จะให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งานรถโฟคลิฟท์ให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นและใช้งานรถได้อย่างถูกวัตถุประสงค์มากที่สุด ทางที่ดีควรมีการอบรมผู้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ หมั่นดูแลรักษาสภาพของรถให้พร้อมใช้งานอยู่ตลอด
สำหรับผู้ที่กำลังอยากจับจองรถโฟคลิฟท์มาเพื่อช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้ดีมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำ MULTI-X แหล่งรวมรถโฟคลิฟท์ทุกประเภท ให้บริการครบวงจร ทั้งจำหน่าย รับซ่อม รวมไปถึงมีอะไหล่ไว้ให้จับจองอีกด้วย

