การเลือกรถโฟล์คลิฟท์ให้เหมาะสมกับความสูงของชั้นวาง (Rack) เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานในคลังสินค้าและความปลอดภัย การทำความเข้าใจเรื่องความสูงและการเลือกรถโฟล์คลิฟท์จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการและผู้ใช้งาน
ความสัมพันธ์ระหว่างความสูง Rack และรถโฟล์คลิฟท์
ในการคำนวณความสูงที่เหมาะสมของรถโฟล์คลิฟท์ จำเป็นต้องพิจารณาองค์ประกอบความสูงทั้งหมด 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ความสูงของชั้นวางสินค้า ความสูงของพาเลทหรือสินค้า และระยะความปลอดภัยในการยก โดยควรเผื่อระยะห่างจากเพดานอย่างน้อย 500 มิลลิเมตร เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน
สำหรับคลังสินค้าทั่วไปที่มีชั้นวาง 3 ระดับ ซึ่งมีความสูงประมาณ 4-4.5 เมตร ควรเลือกรถโฟล์คลิฟท์ที่มีความสูงยกได้ประมาณ 4.5-5 เมตร เพื่อให้สามารถยกสินค้าขึ้นชั้นบนสุดได้อย่างปลอดภัย หากคลังสินค้ามีชั้นวาง 4 ระดับขึ้นไป ที่มีความสูง 6-7 เมตร ควรเลือกรถโฟล์คลิฟท์ที่มีความสูงยกได้ 7-8 เมตร
ระบบเสายกรถโฟล์คลิฟท์และการเลือกใช้งาน
ระบบเสายกของรถโฟล์คลิฟท์มีให้เลือก 2 แบบหลัก คือ
1.เสารถโฟล์คลิฟท์แบบ 2 ชั้น (Duplex)
เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความสูงไม่เกิน 4 เมตร มีข้อดีคือโครงสร้างแข็งแรง ทนทาน และราคาถูกกว่า แต่มีข้อจำกัดด้านความสูงในการยก
2.เสารถโฟล์คลิฟท์แบบ 3 ชั้น (Triplex)
เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความสูงมากกว่า 4 เมตร มีข้อดีคือสามารถยกได้สูงกว่า แต่ต้องระวังเรื่องพื้นที่หลังคาเมื่อยกเสาขึ้นสุด และราคาสูงกว่าแบบ 2 ชั้น
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการเลือกความสูงรถโฟล์คลิฟท์
1.ความสูงของอาคาร
ต้องคำนึงถึงความสูงของเพดานและโครงสร้างอาคาร รวมถึงท่อระบายอากาศหรือระบบไฟฟ้าที่อาจกีดขวางการทำงาน
2.น้ำหนักที่รถโฟล์คลิฟท์บรรทุก
ยิ่งยกสูงเท่าไร ความสามารถในการรับน้ำหนักจะลดลง ต้องเลือกรถที่มีความสามารถในการยกเหมาะสมกับน้ำหนักสินค้า
3.ความกว้างของทางเดิน
รถโฟล์คลิฟท์ที่มีความสูงมากต้องการพื้นที่การทำงานมากขึ้น ต้องแน่ใจว่ามีพื้นที่เพียงพอในการเลี้ยวและหมุนตัว
4.ลักษณะการใช้งานรถโฟล์คลิฟท์
หากต้องยกของบ่อยครั้งที่ความสูงมาก ควรเลือกรถที่มีระบบไฮดรอลิกที่แข็งแรงและทนทานเป็นพิเศษ
คำแนะนำในการใช้งานรถโฟล์คลิฟท์เพื่อความปลอดภัย
• ตรวจสอบระยะความสูงสูงสุดที่ปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง
• ฝึกอบรมพนักงานให้เข้าใจข้อจำกัดด้านความสูงและการใช้งานที่ปลอดภัย
• ติดตั้งเครื่องหมายแสดงความสูงสูงสุดที่ปลอดภัยในบริเวณที่ทำงาน
• ตรวจสอบสภาพระบบไฮดรอลิกและเสายกอย่างสม่ำเสมอ
• ใช้ความเร็วที่เหมาะสมเมื่อยกของที่ความสูงมาก
การบำรุงรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งานของรถโฟล์คลิฟท์
• หล่อลื่นระบบเสายกและชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ
• ตรวจสอบระดับน้ำมันไฮดรอลิกและการรั่วซึม
• ทำความสะอาดรางเลื่อนและตรวจสอบการสึกหรอ
• ปรับตั้งความสมดุลของเสายกตามระยะเวลาที่กำหนด

