Forklift ไฟฟ้า มีข้อดี-ข้อดีเสีย แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?!

Forklift ไฟฟ้า

มาทำความรู้จักกับ Forklift ไฟฟ้า กันเถอะ!

          Forklift ไฟฟ้า หรือ รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า ทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้าย จัดวางสิ่งของที่มีน้ำหนักเบา ไปจนถึงน้ำหนักมากและเป็นที่นิยมนำมาใช้ในคลังสินค้าหลากหลายประเภท หรือ คลังสินค้าทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นประเภทธุรกิจอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับอาหาร อุปโภค บริโภค เนื่องจากไม่มีกลิ่น สามารถใช้งานได้ในอาคาร เพราะไม่มีมลพิษ ไม่มีเสียงรบกวน

          Forklift ไฟฟ้า ไม่ก่อให้เกิดเขม่าควัน ไอเสียและปลอดภัยต่อการใช้งาน เนื่องจากไม่ต้องใช้น้ำมัน จึงไม่จำเป็นต้องสต๊อกน้ำมัน ซึ่งเป็นวัตถุไวไฟที่อาจจะเป็นเหตุของเพลิงไหม้ในอาคารได้ และยังทนต่ออุณหภูมิติดลบได้ดี เช่น ห้องเย็น ห้องแช่แข็ง

          ข้อแตกต่างของประเภท Forklift ไฟฟ้า มีหลายประเภทด้วยกัน เช่น ประเภทนั่งขับ หรือประเภทยืนขับ การใช้งานก็จะแตกต่างกันออกไป ตัวอย่าง ในกรณีถ้าหน้างานลูกค้าเป็นหน้างานที่พื้นที่จำกัด มีชั้นวางของ (Rack) ที่สูงๆ Forklift ไฟฟ้า ที่ลูกค้าต้องใช้หรือตรงกับหน้างาน อาจจะเป็น Forklift ไฟฟ้ายืนขับ

ข้อดีและข้อเสียของ Forklift ไฟฟ้า

Forklift ไฟฟ้าจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท นั่นก็คือ Forklift ไฟฟ้ายืนขับและ Forklift ไฟฟ้านั่งขับ

1. Forklift ไฟฟ้าประเภทยืนขับ

ข้อดีของ Forklift ไฟฟ้ายืนขับ

          1.สามารถทำงานได้ในพื้นที่จำกัด ใช้งานได้ดีในพื้นที่ที่มีทางเดินแคบ เช่น โกดังแล้วโกดังเก็บของ เนื่องจากเป็นยานพาหนะขนาดเล็ก ขนาดกะทัดรัด เคลื่อนที่คล่องตัว และเสารถยกสามารถยกสูงได้จนถึง 13 เมตร
          2.ช่วยให้คลังสินค้าสามารถเพิ่มพื้นที่โดยวางชั้นเก็บของไว้ใกล้กันมากขึ้น แถมยังมีพื้นที่สำหรับชั้นวางสินค้ามากกว่าทางเดิน แล้วยังใช้พื้นที่นี้สำหรับการจัดเก็บได้เพิ่มมาก
          3.Forklift ไฟฟ้ายืนขับ ซึ่งต้องการรัศมีวงเลี้ยวเล็กๆ จะใช้ระยะวงเลี้ยว ประมาณ 2.8 – 3 เมตร ซึ่งระยะวงเลี้ยวน้อยกว่า Forklift ไฟฟ้านั่งขับ

ข้อเสียของ Forklift ไฟฟ้ายืนขับ

          สามารถใช้รถ ได้แค่ โกดังและโกดังเก็บของ จะไม่สามารถใช้ในหน้างานที่มีลักษณะ พื้นผิวที่ไม่เรียบ หรือ มีลูกระนาดได้ แต่ถ้าหน้างานลูกค้าเป็นหน้างานแบบพื้นผิวไม่เรียบ มีลูกระนาด หน้างานที่มีพื้นที่กว้าง จะแนะนำเป็น Forklift ไฟฟ้านั่งขับ

2. Forklift ไฟฟ้าประเภทนั่งขับ

รถโฟล์คลิฟท์นั่งขับ

ข้อดีของ Forklift ไฟฟ้านั่งขับ

          1.สามารถนำออกมาใช้งานภายนอกอาคารได้ การใช้งานกลางแจ้งและสามารถใช้กับพื้นที่ขรุขระได้ การขนถ่ายพาเลทและสินค้าต่างๆ
          2.สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมในร่มและกลางแจ้ง เมื่อจำเป็นต้องใช้งานภายนอกอาคาร เช่น ในท่าขนถ่าย สถานที่ก่อสร้าง รวมถึงการขนย้ายสิ่งของลงจากรถขนส่ง เพราะมียางรถเป็นยางตัน มีขนาดใหญ่ แข็งแรง ทำให้มีความสมดุลและเสถียรภาพที่ดีขึ้นในการขนย้ายวัสดุอย่างปลอดภัย

ข้อเสียของ Forklift ไฟฟ้านั่งขับ

          จะไม่สามารถใช้งาน ในหน้างานที่มีทางเดินแคบ ระยะวงเลี้ยวน้อย ก็คือขนาดและวงเลี้ยวที่ต้องใช้พื้นที่ในการทำงานมาก เลยเหมาะกับหน้างานที่มีขนาดกว้างพอสมควร หรือใช้ภายนอกอาคาร เพราะ Forklift ไฟฟ้านั่งขับจะใช้ระยะในการเลี้ยวรถ ประมาณ 5 – 6 เมตร จึงไม่สามารถใช้ในหน้างานที่มีพื้นที่แคบได้

แบตเตอรี่ที่ใช้กับ Forklift ไฟฟ้า

แบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์

          เรื่องแบตเตอรี่ Forklift ไฟฟ้า จะมีเป็น แบตเตอรี่น้ำ (Lead-acid Battery) และแบตลิเธียม (Lithium-Ion Battery) ข้อเปรียบเทียบระหว่าง แบตเตอรี่น้ำ กับ แบตเตอรี่ลิเธียม

แบตเตอรี่น้ำ (Lead-acid Battery) ของ Forklift ไฟฟ้า

แบตเตอรี่น้ำ

          เป็นแบตเตอรี่ที่ต้องเติมน้ำกลั่น เป็นแบตเตอรี่ประเภทตะกั่วกรด จะมีสารละลายอิเล็กโทรไลท์เป็นของเหลว จึงจำเป็นต้องเติมน้ำกลั่น เพื่อช่วยให้แบตเตอรี่ไม่เสื่อมสภาพเร็วจนเกินไป เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาดูแล forklift ไฟฟ้า และต้องมีการตรวจเช็คและเติมน้ำกลั่นอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้

อายุการใช้งานแบตเตอรี่น้ำ

          จะมีอายุการใช้งาน 5 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการดูแล และการใช้งาน ส่วนเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่และการใช้งานของ แบตเตอรี่น้ำ จะชาร์จแบต 4 ชั่วโมง และสามารถใช้งานได้ 4-5 ชั่วโมง (ในกรณีไม่พักเลย) แต่ในกรณีถ้าแบตเสีย จะเปลี่ยนแบตเป็นเซลล์ทีละเซลล์

ข้อควรระวังในการใช้งานแบตเตอรี่น้ำ

          การเติมน้ำกลั่น ห้ามเติมเกินหรือเติมล้นทำให้เกิดการเสียหายของตัวแบตเตอรี่ได้ เช่น ฟันเฟตจะเกิด และกัดตามขั้วสะพานไฟ หากมีการรั่วหรือหก ก็อาจทำลายสีของรถได้ แต่ก็สามารถป้องกันได้ โดยการตรวจเช็คอย่าให้มีโอกาสเกิดเหตุนั้น

แบตเตอรี่ลิเธียม (Lithium-Ion Battery) ของ Forklift ไฟฟ้า

แบตเตอรี่ลิเธียม

          เป็นนวัตกรรมแบบใหม่ เป็นแบตเตอรี่ที่ ดูแลง่ายไม่ต้องมา Maintenance ตรวจเช็คดูแลแบบแบตเตอรี่น้ำ ทำให้ประหยัดเวลาในเรื่องการดูแล เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานสามารถเริ่มทำงานได้เร็วกว่า และทำงานได้นานกว่าโดยไม่ต้องเสียเวลาทำความสะอาด หรือบำรุงรักษาแบตเตอรี่

อายุการใช้งานแบตเตอรี่ลิเธียม

          จะสามารถใช้งานได้ 8 ปี 5 ปีแรกจะ 100% 3 ปีหลังจะ 80% ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการดูแล และการใช้งาน ส่วนเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่และการใช้งาน ชาร์จแบบเตอรี่แค่ 1-2 ชั่วโมง และสามารถใช้งานได้ถึง 8 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่น้ำ แบตเตอรี่ลิเธียม จะทำการชาร์จ รวดเร็วกว่าแบตเตอรี่น้ำ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปฏิบัติงานที่ใช้ forklift ไฟฟ้า สำหรับการทำงานเข้ากะระยะยาว แถมยังประหยัดต้นทุน เนื่องจากรถโฟล์คลิฟท์แบตเตอรี่ลิเธียม มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากตลอดอายุการใช้งาน

ข้อควรระวังในการใช้งานแบตเตอรี่ลิเธียม

          ห้ามให้แบตเตอรี่โดนน้ำหรือห้ามแช่น้ำ ห้ามเกิดกระแสรัดวงจร ห้ามตัวแบตเตอรี่ตกหรือกระแทกจากที่สูง และห้ามเกิดประกายไฟในบริเวณตัวรถ

สรุป

          ข้อดีที่สุดของแบตเตอรี่ลิเธียม (Lithium-Ion Battery) สโลแกนคือ “life cycle cost” เมื่อเปรียบเทียบกับ IC forklift หรือ รถน้ำมัน รถแบตเตอรี่ลิเธียมไม่มีเสียง ไม่มีกลิ่น ไม่มีมลพิษ และแทบไม่ต้องดูแลรักษา ไม่มีความสั่นสะเทือน เนื่องจากตัวเครื่องยนต์ทำงานลดความล้าของผู้ใช้งาน แต่ทั้งนี้ก็อาจจะขึ้นอยู่กับการใช้งานและหน้างานของผู้ใช้งานเอง

นโยบายการเก็บข้อมูล

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ คุณสามารถเลือกตั้งค่าความยินยอมการใช้คุกกี้ได้