การดูแลรักษาเป็นส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์ที่สำคัญเพื่อใช้งานได้ยาวนาน มีอะไรบ้าง?

ส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์

          รถโฟล์คลิฟท์ส่วนใหญ่ บางที่จะมีการใช้งาน ในหน้างานกลางแจ้ง หรือสภาพแวดล้อมที่ทั้งเปียกและมีฝุ่น หรือใช้งานต่อเนื่องถึง 24 ชั่วโมง เมื่อมีการใช้งาน ก็ต้องมีการตรวจเช็คตัวรถ หยุดพัก และซ่อมบำรุงเพื่อให้รถสามารถใช้งานต่อไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเป็นการยืดอายุการใช้งานของรถโฟล์คลิฟท์โดยตรง และยังช่วยให้ใช้รถโฟล์คลิฟท์ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

การดูแลรักษารถโฟล์คลิฟท์น้ำมันเป็นส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์ เพื่อยืดอายุการใช้งาน

ส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์ คือ การตรวจเช็คการทำงานของเบรก

          ให้เช็คเบรก ซึ่งเป็นส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์น้ำมัน ว่ามีความผิดปกติ อย่างเช่น หากขับไปแล้วมีอาการเบรกไม่อยู่ เบรคมีเสียงดัง ห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด เพราะอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสินค้าและผู้ใช้งาน

ส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์ คือ การตรวจเช็คการทำงานของเครื่องยนต์

          เมื่อเร่งเครื่องแล้วพบเจออาการสะดุด หรือ เครื่องยนต์มีเสียงผิดปกติ ใต้ท้องรถมีรอยน้ำมันเครื่องหยด ซึ่งหากเราพบความผิดปกติได้เร็ว ก็จะซ่อมได้ทันที

ส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์ คือ ตรวจเช็คเกจวัดอุณหภูมิของเครื่องยนต์อยู่เสมอ

การตรวจเกจวัดอุณหภูมิ

          เกจวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์เป็นส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง สามารถทำได้โดยการดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องขึ้นมาดู น้ำมันเครื่องมีสีผิดปกติ หรือปริมาณน้ำมันเครื่องลดลงผิดปกติ ถ้าพบความผิดปกติเกิดขึ้นต้องรีบดำเนินแก้ไขทันที

ส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์ คือ ตรวจเช็คการทำงานของระบบไฮดรอลิค

          ในขณะยกต้องเร่งเครื่องยนต์มากขึ้นกว่าปกติ หรือเวลาเลี้ยวต้องใช้แรงมากขึ้นหรือไม่

การตรวจเช็ครถและการดูแลเป็นส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์เพื่อยืดอายุการใช้งานของตัวรถ

          การตรวจเช็คสภาพมีทั้งหมด 10 ข้อ ดังนี้

1.ระดับน้ำมันเครื่อง มองหาก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องและดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมา จากนั้นเช็ดทำความสะอาดน้ำมันเครื่องที่ติดกับก้านวัดออกด้วยเศษผ้าหรือกระดาษทิชชู่ก็ได้ เสร็จแล้วเสียบก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องคืนกลับจุดเดิมอีกครั้ง เพื่อตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องที่มีอยู่ในตัวมันเครื่อง ดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องที่บริเวณปลายของก้านวัด

2.ตรวจเช็คกรองเชื้อเพลิง ทุกๆ 50 ชั่วโมง (จะอยู่ฝั่งแบตเตอรี่จะเป็นลูกกลมแล้วจะมีจุกอยู่อยู่ใต้ล่าง) ให้หมุนฝาจุกออกเพื่อให้น้ำเสียระบายออกจากตัวรถเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องยนต์

3.ตรวจเช็คกรองอากาศและเป่ากรองอากาศ ทุกๆ 1 สัปดาห์ สำหรับหน้างานที่มีฝุ่น ไม่มาก แต่ถ้าหน้างานที่มีฝุ่นเยอะ แนะนำให้เป่าทุกวัน

4.ตรวจเช็คการอัดจารบี การทาจารบี ที่แผงสไลค์ชิป ให้ทาครั้งละ 1 ครั้ง จะมีรูให้ทาจารบี แต่ถ้าเป็นแผงธรรมดา สามารถที่แผงได้เลย แล้วก็ส่วนล้อหลัง (การอัดจารบีขึ้นอยู่กับทาจารบีที่ตัวเสา

5.มองหารอยรั่ว รอยแตก หรือข้อบกพร่องอื่นๆ และตรวจเช็คล้อ ยาง อยู่ในสภาพปกติพร้อมใช้งาน

6.โซ่เสา ใช้ไม้หรืออุปกรณ์ที่คล้ายกันเพื่อตรวจสอบความตึงของโซ่ และตัวโซ่ให้ใช้นั้นเครื่องชโลมแล้วเอาผ้าลูบ ขึ้น-ลง ตาตัวโซ่ (ไม่แนะนำให้ใช้จารบีเด็ดขาด) ถ้าใช้จารบีทา เมื่อฝุ่นเข้าไปเกาะจะเกิดการเสียดสีไปมา เป็นเหมือนกระดาษทราย อาจจะมีปัญหาได้

7.งา เช็คสภาพพร้อมตัวล๊อคงาด้านบน

8.ตรวจดู Control มีการเสียหายหรือว่าหลุดไหม สามารถพร้อมใช้งานตามปกติได้

9.การเช็คการทำงานของพวงมาลัยและการบังคับเลี้ยว เลี้ยวขวาและซ้ายสุด

10.ตรวจระบบไฟต่างๆ ระบบไฟเลี้ยว การตรวจจะเหมือนรถยนต์ทั่วไปมีทั้ง ไฟหรี่ ไฟหน้า หน้าจอบอกสถานะเชื้อเพลิง บอกโค้คชั่วโมงการทำงาน สถานะความร้อนของตัวรถ และเบรคมืออยู่ทางด้านซ้ายมือใกล้ๆ กับหน้าจอ

การตรวจเช็คทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์ ที่สำคัญสำหรับผู้ใช้งาน

          สามารถดูแลรถโฟล์คลิฟท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยกับการใช้ตัวรถมากที่สุด ส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น เพื่อให้รถพร้อมใช้งานได้และช่วยยืดอายุการทำงานของรถให้ยาวนาน แม้ส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์ จะมีการกำหนดชั่วโมงการตรวจเช็คซ่อมบำรุง Maintenance เปลี่ยนถ่ายน้ำเครื่อง

          แต่รถที่ใช้งานต่างกันก็อาจถึงระยะชั่วโมงที่แตกต่างกันด้วย บางคันส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์อาจมีเพิ่มเติมที่ต้องดูแล ซึ่งต้องประเมินจากสภาพแวดล้อมการทำงาน เมื่อใช้งานถึงระยะเวลาที่กำหนดที่ต้องตรวจเช็ค Maintenance การดูแลและเปลี่ยนอะไหล่ เพื่อป้องกันการชำรุดระหว่างการใช้งานที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สรุป

          จะเห็นได้ว่า การดูแลส่วนประกอบรถโฟล์คลิฟท์ต่างๆ นั้น ต้องดูแลอย่างครบถ้วนในทุกๆ จุด และมีการซ่อมบำรุงอย่างเหมาะสม รวมไปถึงในเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย ผู้ใช้งานจึงต้องทำความเข้าใจกับลักษณะของหน้างาน ลักษณะพื้นที่การใช้งานและความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องของผู้ใช้งานด้วย

          เพราะการเลือกรถที่เหมาะสมกับหน้างานและการใช้ตัวรถอย่างอย่างถูกต้อง ไม่เพียงยืดอายุการใช้งานของรถโฟล์คลิฟท์ได้มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความปลอดภัยของการใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อีกด้วย

นโยบายการเก็บข้อมูล

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ คุณสามารถเลือกตั้งค่าความยินยอมการใช้คุกกี้ได้