ข้อควรระวังของแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ พร้อมวิธีรับมือในแต่ละกรณี

แบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์

          “Safety First” คือป้ายที่เรามั่นใจว่าทุกโรงงานจะต้องมี เราเคยแนะนำไปแล้วว่าแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้านั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ในบทความก่อนหน้า แต่ในบทความนี้เราจะมาแนะนำอันตรายในรูปแบบอื่นๆ นอกเหนือจากบทความก่อนหน้านี้

          โดยเรามาพร้อมกับวิธีปฐมพยาบาล ในกรณีที่ได้รับอันตรายจากแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ หากคุณไม่อยากเสี่ยงอันตรายจากการใช้งานแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์แบบผิดวิธี อ่านบทความนี้ให้จบ แล้วอย่าลืมนำไปแชร์เป็นประสบการณ์ดี ๆ กับเพื่อนร่วมงานด้วยนะครับ หากพร้อมแล้วไปชมกันเลย!!

แบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์สามารถก่ออันตรายรูปแบบใดได้บ้าง ?

          ก่อนอื่นเราคงต้องขอเข้าเรื่องในส่วนของ อันตรายต่างๆ ที่สามารถเกิดได้จากแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ เนื้อหาอาจจะไม่ได้แตกต่างจากบทความก่อนหน้านี้มากนัก แต่เราจะขอเกริ่นผ่านอย่างรวดเร็วให้คุณได้รู้ถึงอันตรายของการใช้งานแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์อย่างไม่ถูกวิธี โดยเราขอยกมาเพียง 3 กรณีเท่านั้น โดยจะมีดังต่อไปนี้

อันตรายจากแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ระเบิด

          คำว่า “ระเบิด” เห็นกี่ครั้งก็ยังน่ากลัว ซึ่งกรณีนี้เป็นเคสที่อันตรายที่สุด ของอันตรายจากแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ เป็นกรณีที่สามารถป้องกันได้ดีที่สุด คือเก็บแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์เอาไว้ให้ห่างจากประกายไฟมากที่สุด หมั่นดูแลคุณภาพของแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช้แบตเตอรี่ที่หมดอายุแล้ว เป็นต้น

อันตรายจากการสูดดมควันพิษของแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์

          เป็นปัญหาที่หลายคนมองข้าม เพราะ มันเป็นปัญหาที่ “มองไม่เห็น” ภายในแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์จะใช้กรดซัลฟิวริก (กรดกำมะถัน) เจือจางกับน้ำ ถึงแม้จะเป็นการเจือจางมาแล้ว แต่เมื่อได้รับความร้อนจากการใช้งาน อาจเกิดการระเหยเป็นไอได้ เกิดเป็นแก๊สไฮโดรเจน ซึ่งติดไฟง่ายเมื่อสัมผัสกับประกายไฟ ก่อให้เกิดการระเบิดของแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ และเมื่อสูดดมเข้าไปเยอะ ๆ ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นเดียวกัน

อันตรายจากสารของเหลวของแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์

สารเหลวแบตเตอรี่โฟล์คลิฟท์

          แม้จะได้รับการเจือจางมาแล้ว แต่สารละลายในแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ ไม่ควรสัมผัสโดยตรงโดยเด็ดขาด อย่างที่เราแจ้งเตือนไปแล้วในเนื้อหาข้างต้น เพราะอาจเกิดอาการระคายเคืองได้ ยิ่งสัมผัสในส่วนสำคัญอย่างใบหน้า ดวงตา เข้าปาก ยิ่งอันตราย และที่ต้องระวังมากที่สุดคือสารละลายของแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ในขณะที่ร้อนอยู่ ซึ่งไม่ต่างอะไรจากน้ำเดือด (ที่เป็นน้ำกรดอีกด้วย)

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายจากแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์

• ทุกครั้งที่ต้องทำความสะอาด เปลี่ยน ซ่อมบำรุง แบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ ต้องใส่เครื่องป้องกันเสมอ เช่น ถุงมือยางอย่างหนา , รองเท้าเซฟตี้ , แว่นกันสารเคมี ฯลฯ
• ไม่ควรนำผ้าใยเคมีมาเพื่อทำความสะอาดในส่วนของขั้วแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ เพราะอาจก่อให้เกิดประกายไฟได้
• ในพื้นที่ดูแลรักษาแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ รวมไปถึงพื้นที่ชาร์จแบตรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า คือเขตปลอดบุหรี่โดยเด็ดขาด
• อบรมผู้ใช้งานให้รู้ถึงอันตรายของแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมบอกวิธีดูแลที่ถูกต้อง

วิธีรับมือเมื่อได้รับอันตรายจากแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์

          หลังจากรู้อันตรายจากแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ พร้อมกับวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายกันไปแล้ว แต่อย่างไร “อุบัติเหตุ” ก็มักเกิดขึ้นจากข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เรามั่นใจว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุเหล่านั้นแน่นอน แต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วต้องทำอย่างไร ? ในเนื้อหานี้ เราเตรียมวิธีปฐมพยายามหากเกิดได้รับอาการบาดเจ็บจากแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ โดยมีวิธีดังต่อไปนี้

กรณีสัมผัสกับแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์

          เมื่อสารละลายของแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์สัมผัสกับผิวหนังโดยตรง อาจเกิดอาการปวดแสบปวดร้อน ระคายเคือง หากโดนที่ผิวหนังอาจไม่เป็นอันตรายอะไรมาก ยิ่งล้างออกเร็วมากเท่าไหร่ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น แต่จุดที่ควรระวังคือ “ดวงตา” หากเกิดในกรณีนั้น ต้องรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดในปริมาณมาก ๆ แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดในทันที

กรณีเผลอดื่มของเหลวของแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์

กรณีดื่มของเหลวแบตเตอรี่โฟล์คลิฟท์

          กรณีนี้ผมมั่นใจว่าเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก แต่จากคู่มือการใช้งานแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ให้ปลอดภัย ได้กล่าวมาถึงกรณีนี้เอาไว้ว่า เมื่อเผลอกลืนสารละลายภายในแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์เข้าไป ให้รีบดื่มนมเข้าไปในปริมาณมาก ๆ เพราะจะช่วยเคลือบในส่วนของหลอดอาหาร ไปจนถึงกระเพาะอาหาร ป้องกันจากการกัดกร่อนของกรดซัลฟิวริก และต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

กรณีสูดดมควันพิษของแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์

กรณีสูดควันแบตเตอรี่โฟล์คลิฟท์

          ในกรณีสุดท้ายอาจไม่น่ากังวลมากนัก แบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์เมื่อถูกใช้งานหนัก ๆ ความร้อนจะทำให้เกิดการระเหยของกรดซัลฟิวริก ซึ่งจะก่อให้เกิดสารไฮโดรเจน หากทำงานในพื้นที่ปิด อากาศถ่ายเทได้ยาก อาจทำให้สูดดมเข้าไปเยอะเกิน โดยส่วนมากมักไม่เกิดอันตราย โดยจะมีอาการวินเวียนศีรษะ หน้ามือ อาเจียน ไปจนถึงหมดสติ เมื่อทำงานกับแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์แล้วเกิดอาการดังนี้ ให้รีบนำตนเองและผู้บาดเจ็บไปยังจุดที่อาการถ่ายเทให้เร็วที่สุด

สรุป

          เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับเนื้อหาดี ๆ ของการใช้งานแบตเตอรี่รถโฟล์คลิฟท์ให้ปลอดภัย เรา MULTI-X อยากสร้างความเข้าใจกับการใช้งานรถโฟล์คลิฟท์ทุกรูปแบบ เพื่อให้การใช้งานตรงตามจุดประสงค์ของรถมากที่สุด รวมไปถึงความปลอดภัยของการใช้งานก็ต้องมาเป็นอันดับ 1 เมื่อได้รู้ถึงข้อมูลดี ๆ กันไปแล้ว หากคุณยังไม่มีรถโฟล์คลิฟท์เป็นของตนเอง อย่ามัวรอช้าครับ เราเตรียมรถโฟล์คลิฟท์แบรนด์ดัง คุณภาพดี มีทั้งมือ 1 และ 2 ให้คุณเลือกหลากหลายขนาด หากสนใจสามารถ คลิกที่นี่ เพื่อติดต่อเราได้เลย

นโยบายการเก็บข้อมูล

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ คุณสามารถเลือกตั้งค่าความยินยอมการใช้คุกกี้ได้