เราควรเลือก ฟอร์คลิฟท์ ยี่ห้อไหนดี?
ฟอร์คลิฟท์ หรือ รถโฟล์คลิฟท์นั้นก่อนจะทำการเลือกอยากให้มี 6 Check List นี้ก่อนว่า รถฟอร์คลิฟท์ ยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะกับความต้องการของเราจริงๆ นั้นคืออะไรกันแน่ ใช้งานแบบไหน สินค้าเป็นอะไร รถฟอร์คลิฟท์ประเภท ต่างๆ เราจะเหมาะกับประเภทไหน แล้วหน้างานใช้รถประเภทไหนแล้วคุ้มค่าที่สุด เรามาเริ่ม check list กัน เลย
สารบัญ
รถฟอร์คลิฟท์ 6 Check List
- เพียงแค่ท่าน ลองเขียนตาม Check List ดูเท่านั้น ท่านก็จะสามารถเลือกรุ่น ขนาดรถ ประเภทรถ ได้ง่ายขึ้นว่าเลือกรถโฟล์คลิฟท์ ยี่ห้อไหนดีและ บริษัทตัวแทนจัดจำหน่ายที่สามารถดูแลมีบริการขายได้ตามวัตถุประสงค์ของท่าน
- Capacity หรือ น้ำหนักที่ต้องการจะยก เรื่องนี้มองเผินๆ เหมือนเป็นเรื่องทั่วๆไปอยู่แล้วว่า เอาฉันจะซื้อรถฟอร์คลิฟท์ มายกของ ยกสินค้าฉัน ฉันก็ต้องรู้น้ำหนักสิ ใช่ครับไม่ผิดเลยแต่โดยส่วนใหญ่แล้วลูกค้า จะบอกน้ำหนักของที่ยกบ่อยๆ เท่านั้นเอง ซึ่งทางเรา อยากให้ลูกค้าช่วยเช็คลึกเข้าไปอีกหน่อย
- น้ำหนัก แต่เป็นน้ำหนัก สูงสุด ในสินค้าที่ลูกค้ามี เช่น ปกติ ยกแต่ของ 1.5 ตัน หรือ 1,500 kg. แต่ นานๆ ทีจะยกของ 2.7 ตัน หรือ 2,700 kg. ถ้าเกิดเหตุการณ์ยังงี้ เราก็ต้องตีเป็น รถรุ่น 3 ตัน เพราะรุ่น 1.5 ตัน กับ 2.5 ตัน จะเอาไม่อยู่
- ราคา 2.5 ตัน กับ 3 ตัน ราคาก็ต่างกันไม่เท่าไร (ถ้าเราเลือก 3 ตัน มาใช้งานเลย อาจจะได้ประโยชน์สูงสุดก็ได้)
- ขนาดของสินค้า บ้างที สินค้ามีน้ำหนักไม่มากก็จริง เช่น 1.5-2 ตัน แต่มีความยาวมาก หรือ ขนาด (size) เกินกว่าตัวรถโฟคลิฟไปมาก ยังงี้ เราก็อาจจะต้อง Add-on Option Attachment เสริมเข้าไป หรือ ต้องใช้ ล้อหน้าคู่เพื่อประคอง เพิ่มฐานให้ตัวรถกว้างยิ่งขึ้น ก็เป็นทางเลือกเช่นกัน
2. เรื่องความสูง ตัวนี้ก็อาจจะเป็นปัญหาคลาสสิคเลยก็ว่าได้ยกตัวอย่างเช่น
- ชั้นวางสินค้าความสูง 3 เมตร จะใช้กับรถ ขนาด 3 เมตร ไม่ได้ เพราะว่าอะไร ก็เพราะว่า ชั้นวางสินค้ากับความสูงของงาเมื่อยก สุด มันจะเท่ากันพอดี ไม่สามารถที่จะยก พาเลทหรือยกสินค้าให้ลอยได้ แบบนี้ก็ต้องใช้รุ่น 3.5 เมตร upแต่ถ้าพูดถึงในงานของ รถ Forklift ก็ต้องเลือกรุ่น 4 เมตร ถึงจะดีกว่า เวลาอนาคตขายต่อก็สามารถขายต่อได้อย่างง่ายดายเพราะปกติแล้ว บริษัทจำหน่ายโฟคลิฟ กับ บริษัทติดตั้ง Racking จะคนละบริษัทกัน อาจจะคุยประเด็นไม่ตรงตามความต้องการของแต่ละรุ่น (แอบขายหน่อยครับ บริษัท เดอะกู๊ดวิลล์ จำกัด GW ของเรานั้น เป็นทั้งบริษัทจำหน่ายโฟคลิฟ และ บริษัทจำหน่ายติดตั้ง Racking ในบริษัทเดียวกัน จึงมีความชำนาญและเชี่ยวชาญเลือก รถให้ตรงกับ การใช้งานได้)
- เลือกความสูงรถโฟคลิฟ ต้องเลือกเพื่อ ความสูงของพาเลทหรือ สินค้าที่ต้องยกนิดหน่อยด้วยครับ
- ดูความสูง ที่สูงที่สุดที่จะทำการยก เช่น ยกสินค้า 5 เมตร ก็ต้องดูว่า 5 เมตรนี้ 5 เมตรพอดีแล้วใช้งานได้หรือ ต้องเพื่อ บวกขึ้นไปอีก (แต่หน้างานแต่ละแบบ จะไม่เหมือนกัน แต่ถ้าให้ดี มีรูปหน้างานมาให้กับเรา ก็จะสามารถประเมินกันได้ทันที)
3. ลักษณะการใช้งาน ภายนอกอาคารหรือภายในอาคาร มีฝุ่นไม่มีฝุ่น พื้นที่ทางชันลาดเอียง หรือไม่ หรือพื้นเป็น พื้น Epoxy หรือพื้นปูนปกติ ใช้งานหนักขนาดไหน 12 ชั่วโมงต่อวัน มีเปลี่ยนกะ 2 กะ กะเช้ากะกลางคืน (ทั้งหมดที่พูดมานี้ เดียวทางเราจะมีช่องตารางไว้ให้กรอก เพื่อบอกข้อมูล เบื้องต้น) จะได้เลือกรถโฟคลิฟที่มีความคุ้มค่ามากที่สุดในการใช้งาน
4. เลือกประเภทของรถให้ตรงกับหน้างาน
หลักๆรถ ฟอร์คลิฟท์ นั้นมีแค่ 2 ประเภทง่ายๆ เลยก็คือ รถน้ำมัน กับ รถไฟฟ้า แต่ แต่ละประเภทก็แบ่งย่อยเข้าไปอีก
รถโฟล์คลิฟท์ HELI ก็จะมี หลายรุ่นแยกออกไปลองดูในวีดีโอ ที่พี่เอ็กซ์รีวิว 5 รุ่นเด็ดไว้เพื่อประกอบการตัดสินใจ
- รถน้ำมันก็ได้แก่ รถดีเซล (Diesel), เบนซิน (Gasoline) + LPG จำพวกนี้ หลักๆ
ฟอร์คลิฟท์ เครื่องยนต์ดีเซล
ข้อดี เหมาะกับการใช้งานหนักใช้งานต่อเนื่องทั้งวันแทบจะไม่ได้พัก เพราะว่า เครื่องดีเซลทนความร้อนได้สูง การซ่อมก็ไม่ยากและช่างบ้านเราคุ้นชินเป็นอย่างมาก อะไหล่ก็หาไม่ยาก พูดว่ากันว่าโทรไปที่ไหนก็มีอะไหล่ทั้งนั้น เครื่องดีเซล
ข้อเสีย ปัญหา รถฟอร์คลิฟท์ดีเซลมันก็คือ กลิ่นจะเหม็นหน่อยถ้าไปอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่นพวกโกดังปิด, สินค้ามีความ sensitive ต่อกลิ่น พวกอาหาร, เสียงก็อาจจะดังกว่าพวกเครื่องจำพวกอื่นๆ
รถฟอร์คลิฟท์เบนซิน
ลักษณะการใช้งานก็จะคล้ายๆกับดีเซลเลย
ข้อดี กว่าดีเซลก็ตรงที่ ใช้งานน้อย สตาร์ทติดๆดับๆ ลูกสูบไม่ค่อยเป็นปัญหาเพราะว่าสามารถเผาไหม้ได้อย่างหมดจดกว่าดีเซลและราคาก็ ถูกกว่าดีเซลพอสมควรในแบรนด์ดังๆ
ข้อเสีย กลิ่นน้อยกว่าดีเซลแน่นอน แต่จะทำให้ไม่มีกลิ่นเลยเหมือนกับ รถฟอร์คลิฟท์ไฟฟ้าเลยก็เป็นไปไม่ได้ ต้นทุนเชื้อเพลิงราคาอาจจะสูงกว่าดีเซลนิดหน่อย
รถฟอร์คลิฟท์ LPG
ข้อดี ค่าเชื้อเพลิงที่ถูกแต่เดียวนี้ก็ใกล้เคียงกับราคาน้ำมันเหมือนกันนะ ไอเสียค่อยข้างจะอาดกว่า ดีเซล เบนซิน แต่ก็ยังมีกลิ่นอยู่นิดๆ (แนะนำถ้าไม่ต้องการมีกลิ่นเลยหรือมีปัญหาเรื่องกลิ่นจริงๆ ต้องรถไฟฟ้า เท่านั้น)
ข้อเสีย อาจจะเกิดการรั่วไหลได้ง่ายๆ สตาร์ทติดค่อยข้างละยาก เพราะว่าต้องรอให้ได้อุณหภูมิ มีปัญหากับหม้อต่ำบ่อยครั้ง ลูกค้าท่านใดใช้รุ่น LPG ตัวท่านเองอาจจะต้องมีความรู้ด้วยเล็กน้อย
พวกรถรุ่นน้ำมันเหมาะกับ เหมาะกับ โรงงานเปิด ลานสินค้าต่างๆ โรงงานค้าของเก่าที่ต้องยกของหนักๆ ลานมันสำปะลัง บริษัทวัสดุก่อสร้าง โรงสีข้าวที่ไม่ใช่ที่เก็บข้าว ใช้งานภายนอกอาคาร
ประเภทของ ฟอร์คลิฟท์ ที่เป็นไฟฟ้า (Electric Forklift)
รถไฟฟ้าก็จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทเช่นกัน ประเภทที่ 1 รถไฟฟ้าแบบนั่งขับ ประเภทที่ 2 รถไฟฟ้าแบบยืนขับหรือ เรียกกันว่า Reach Truck นั้นเอง ดูรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าเพิ่มเติมได้ที่หน้านี้ คลิก
แต่ในที่นี้เราจะมาเปรียบเทียบเจ้าตัวรุ่น นั่งขับกัน (Seat Model) รถไฟฟ้าหมายถึงยังไง ก็หมายถึงว่าใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (Cell Battery) เป็นที่เก็บสะสมพลังงานไฟฟ้าจากไฟบ้านหรือไฟโรงงาน แบตเตอรี่โฟคลิฟ (Traction Battery) หรือที่เราเรียกกันว่า แบตเตอรี่เซลล์นั้นเอง มันก็คือแบตเตอรี่ที่ต้องเติมน้ำกลั่น
ข้อดี ใช้งานง่ายมาก แค่ชาร์จไป เสียงเงียบแทบจะไม่มีเสียง ดูแลรักษาง่ายแค่ เช็คน้ำกลั่น ไม่ต้องมีถังเติมน้ำมัน ไม่ต้องเปลี่ยนกรองค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนน้อยมากๆ แบตเตอรี่เสียก็สามารรถเปลี่ยนเป็น cell cell ไปได้ (ทางบริษัท GW เราก็รับซ่อมด้วยเช่นกัน)
ข้อเสีย ต้องมี check list หรือ วินัยในการเช็คแบตเตอรี่อย่างถี่ถ้วน มีตารางอย่างชัดเจน มิฉะนั้นแล้ว แบตเตอรี่อาจจะมีปัญหาได้ (และต้องซื้อ battery ใหม่นั้นเอง) แต่ถ้าดูแลอย่างดู 3-5 ปี ใช้ได้สบายอย่างแน่นอน
5. แบรนด์ Brand ยี่ห้อนั้นเอง ในตลาดรถฟอร์คลิฟท์นั้นมีมากมายหลากหลายแบรนด์ เราลองมาจัดอันดับ แบรนด์ระดับโลก 10 แบรน์จากยอดขายกันดูหน่อยสิว่า เราจะเลือกยี่ห้อ ไหนดี ถ้าติดแบรนด์ ก็อาจจะเลือกแบรนด์ญี่ปุ่น ราคาก็จะสูงนิดหน่อย หรือถ้ามี งบประมาณจำกัด ก็เลือกสองมือก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อยากให้ลองเปิดใจ แบนร์ด HELI อันดับ 1 ของประเทศจีนดู คุ้มค่า คุ้มราคาแน่นอน บริษัท เดอะกู๊ดวิลล์ GW ฟันธง
6. บริษัทตัวแทน ที่ทำการจัดจำหน่าย อันนี้ไม่ได้พูดอวยเข้าตรงหาบริษัทตัวเอง นะครับ ถ้าลอง check list แบบนี้ ยังไงท่านก็คุ้มค่าแน่นอน
- มีมาตราฐาน ISO9001-2015 หรือไม่
- มีทีมบริหารหลังการขายเฉพาะ เลยหรือป่าว
- คุยกับช่างเทคนิค ได้โดยตรงเลยไหม ถ้าเกิดรถมีปัญหา ทันทีทันด่วน
- มีทีม service วิ่งออกไปถึงที่ของท่านหรือไม่
- มีอะไหล่ พร้อม stock ครบหรือป่าว
- มีความจริงใจ โทรปุ้มรับปับ โปรปัมรับปุบ ถ้าไม่ได้รับสาย พวกเขาได้โทรกลับหาท่านไหม
- มีบริการรับซ่อมนอก ด้วยหรือไม่ (อันนี้บ่งบอกถึง ความสามารถในงานด้านการซ่อมโฟคลิฟ)
สรุป
ไม่ว่าคุณจะเลือกรถฟอร์คลิฟท์ ยี่ห้อไหนดี แบรนด์ไหนดี USA ฝรั่ง made in Japan แบรนด์ HELI (ดูแลโดย Multi-X เดอะกู๊ดวิลล์ เองก็ดี) อยากให้ทุกท่านได้ทุก Check List ตามที่ได้บอกเอาไว้ 6 check list ในการเลือกรถโฟล์คลิฟท์ และไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหน ถ้าท่านได้ทำ check list แล้ว ยังไงก็จะซื้อรถได้อย่างคุ้มค่า และใช้งานได้โดยไม่มีปัญหาจริงๆ และประหยัดเงินของท่านได้

